2006/May/01


edit @ 2006/05/01 22:20:18

2006/May/01

ชายหนุ่มคนหนึ่ง บ่นกับเพื่อนว่า
"อั๊วรู้สึกเจ็บข้อศอกอย่างรุนแรง สงสัยจะต้องไปหาหมอล่ะ"
"เฮ้ยไม่ต้อง มีร้านขายยาคอมพิวเตอร์ร้านนึง
มีเครื่องอัจฉริยะ ถูกกว่า เร็วกว่าไปหาหมอเยอะ
ง่ายๆ แค่เอาตัวอย่างปัสสาวะใส่ไปในเครื่อง
คอมพิวเตอร์จะวินิจฉัย และให้คำแนะนำออกมาเสร็จ แค่ร้อยเดียว"
เพื่อนรักบอก ชายหนุ่มคิดในใจ ว่าลองดูก้อไม่เสียหายอะไร
ว่าแล้วก็ฉี่ใส่กระป๋องแล้วตรงไปร้านขายยาที่ว่า
พอเจอเครื่องก็จัดการ เทปัสสาวะเข้าเครื่อง หยอดเหรียญ กดปุ่ม
ซักครู่ เครื่องเริ่มส่งเสียงทำงาน ไฟกระพริบ
แล้วพิมพ์กระดาษรายงานผลออกมา
" คุณเป็นโรคเอ็นข้อศอกอักเสบ ให้เอาข้อศอกแช่น้ำอุ่นบ่อย ๆ
หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก จะดีขึ้นภายในสองสัปดาห์"
เย็นวันนั้น ขณะที่นั่งคิดทึ่งในความก้าวหน้า
ของเทคโนโลยีปัจจุบัน เค้านึกสงสัยว่า คอมพิวเตอร์
จะตอบมั่วๆไปเรื่อยหรือป่าว คิดได้ดังนั้น เค้าจัดการทดสอบทันที
โดยการเอาน้ำก๊อกที่บ้านผสม กับอุจจาระของหมาที่เลี้ยงไว้
และปัสสาวะของภรรยา และลูกสาว ปิดท้ายด้วยการช่วยตัวเอง
เอาน้ำอสุจิเติมลงไป จัดการเขย่าให้เข้ากันแล้ว
ตรงกลับไปที่ร้านเก่า หลังจากหยอดเหรียญ
เครื่องก็ทำงานและพิมพ์รายงานออกมา
"น้ำก๊อกบ้านนายกระด้างเกินไป ควรติดตั้งเครื่องกรองน้ำกระด้าง"
"หมานาย มีพยาธิ ควร ให้มันกินยา ฆ่าพยาธิ"
"ลูกสาวนาย ติดยา ควร พาเธอเข้ารับการฟื้นฟูบำบัด"
"เมียนายตั้ง ครรภ์6 สัปดาห์ แต่ไม่ใช่ลูกนาย
ควรจะปรึกษาทนายความ" "และสุดท้าย
ถ้านายยังไม่เลิกช่วยตัวเองด้วยมือบ่อย ๆ
เอ็นข้อศอกอักเสบของนายไม่มีวันหายแน่"

2006/May/01

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง
คือว่ามีคนไข้ตายบนเตียงเดียวกันซ้ำ ๆ แล้วหลายคน
ที่น่าแปลกคือทุกศพตายเมื่อห้าโมงเช้าวันอาทิตย์
โดยหมอเล็กหมอใหญ่ไม่อาจให้คำอธิบายได้
สร้างความหวาดกลัวไปทั่วทั้งโรงพยาบาล
บ้างก้อร่ำลือถึงความเฮี้ยนที่หลาย ๆ คนได้ยินมา
บรรดาคุณหมอจึงตัดสินใจลงไปที่ห้องผู้ป่วยเพื่อตรวจสอบหหาสาเหตุการตายในวันอาทิตย์หน้า
กระทั่งถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ทุกคนรอคอย 2-3 นาทีก่อนจะห้าโมงเช้าทั้งหมอและพยาบาลต่างรอคอยอย่าง
ลุ้นระทึก
แอบมองอยู่ข้างนอกห้องว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ต่างคนต่างกำหลวงพ่อประจำตัว ไม้กางเขน
ด้วยความหวาดกลัวและลุ้นว่าจะเห็นวิญญาณเฮี้ยนหรือไม่
จนเข็มนาฬิกาเดินมาที่ 11 นาฬิกา
บรรยากาศก้อเย็นเฉียบขึ้นโดยฉับพลัน
ไร้เสียงรบกวนใด ๆ แม้เสียงลมหายใจก้อแทบจะไม่ได้ยิน
และแล้ว......

พนักงานทำความสะอาดคนใหม่
ซึ่งทำงานแค่วันอาทิตย์ก้อเข้ามาในห้องผู้ป่วย
จากนั้นก้อถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจออกแล้วเสียบปลั๊กเครื่องดูดฝุ่นแทน
และทำความสะอาดต่อด้วยความสบายใจ....